เรื่องราวในข่าว

ประกาศในเรื่องไมโครเวฟป๊อปคอร์น

องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ถือว่าไมโครเวฟป๊อปคอร์นนั้นปลอดภัยสำหรับการบริโภคของมนุษย์ อุตสาหกรรมการแปรรูปป๊อปคอร์นได้ทำงานร่วมกัน และจะทำต่อไป ในฐานะอุตสาหกรรม และทำร่วมกับตัวแทนภาครัฐ ด้านอาหาร สุขภาพ และกฎหมาย เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เปี่ยมคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคพึงพอใจ

ข้อมูลทั่วไป – ป๊อปคอร์นสำหรับปรุงสุกด้วยเตาไมโครเวฟ

องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ถือว่าไมโครเวฟป๊อปคอร์นนั้นปลอดภัยสำหรับการบริโภคของมนุษย์ สถาบันป๊อปคอร์น ซึ่งเป็นสมาคมทางการค้าของกลุ่มบริษัทผู้แปรรูปป๊อปคอร์น ได้ทำงานร่วมกับ สถาบันแห่งชาติ ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ประกอบอาชีพ (NIOSH), สำนักตัวแทนด้านการป้องกันสิ่งแวดล้อม (EPA) และองค์การบริหารงานด้านความปลอดภัยและสุขภาพแก่ผู้ประกอบอาชีพ (OSHA), เพื่อมาร่วมประชุมกัน เพื่อแยกแยะข้อมูลด้านสารสนเทศให้แก่อุตสาหกรรมแปรรูปป๊อปคอร์นในด้านความปลอดภัยในสถานที่ปฏิบัติงาน และความปลอดภัยในด้านผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค และเพื่อที่จะทำให้งานวิจัยทุกงาน และงานวิจัยต่างๆ(ถ้ามี) ให้มีการจัดทำขึ้นในประเด็นต่างๆที่กึ่ยวกับ ความปลอดภัยในที่ทำงาน, การขนถ่ายและจัดเก็บส่วนผสมต่างๆอย่างปลอดภัย ฯลฯ ให้มีให้แก่อุตสาหกรรมในภาพรวม

ในปี พ.ส. 2544 ทางสถาบันได้ทราบมาว่าบรรดาคนงานที่ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตป๊อปคอร์นสำหรับปรุงสุกด้วยไมโครเวฟ ได้รับการวินิจฉัยในปี 2543 ว่าพบโรคปอดที่ขัดขวางการหายใจ ซึ่งเป็นกรณีที่หายาก ชื่อโรค bronchiolitis obliterans ซึ่งมีอาการคือการบวม และเป็นรอยในช่องทางการไหลของอากาศที่เล็กที่สุดภายในปอด ซึ่งบ่อยครั้งมักจะนำไปสู่อาการหายใจขัดอย่างรุนแรง

การวิจัยขยายผลที่จัดทำโดย NIOSH บ่งชี้ให้เห็นว่าสาเหตุที่เป็นไปได้ประการหนึ่งของการอุดตันของท่อลมในปอดของคนงานในโรงงานผลิตป๊อปคอร์นสำหรับไมโครเวฟ โดยเฉพาะห้องผสม คือการได้สัมผัสกับสารไดอะเซทิล(diacetyl) สารไดอะเซทิลเป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในใบอบเชย และน้ำมันอื่นๆ รวมถึงเบียร์ เนย กาแฟ น้ำส้มสายชู และผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ และเป็นส่วนผสมที่ให้กลิ่นรสของเนยให้กับกลิ่นเนยสังเคราะห์ ที่ใช้ในไมโครเวฟป๊อปคอร์น งานวิจัยของ NIOSH เสนอว่าการหายใจสารไดอะเซทิลในอากาศเข้าไปบ่อยๆโดยไม่มีมาตรการในการควบคุมผลิต การหมุนเวียนอากาศ ที่มีการป้องกัน หรือไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคล อาจทำให้คนงานสัมผัสกับความเสี่ยงต่างๆในด้านสุขภาพได้

จากในบริบทนี้ ในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2550 จึงมีการยื่นจดหมายต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เพื่อรายงานสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคที่แสดงออกถึงอาการการทำงานของปอดที่เปลี่ยนแปลงไป ตามที่เราทราบเรื่องของสาเหตุยังคงไม่เป็นที่แน่นอน และเรายังไม่ทราบว่ามีบุคคลอื่นนอกเหนือจากคนงานในโรงงานผลิตไมโครเวฟป๊อปคอร์นหรือไม่ที่เกิดโรคนี้ขึ้น จึงยังต้องมีการศึกษากรณีนี้ต่อไป

ผู้ประกอบการแปรรูปป๊อปคอร์น ร่วมกับ NIOSH, OSHA and EPA ยังคงทำการวิจัยต่อไปเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเป็นไปได้ในการสัมผัสถูกสารไดอะเซทิล และตรวจติดตามพัฒนาการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเพื่อประกันความปลอดภัยให้แก่สถานที่ทำงาน และผู้บริโภค ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ไมโครเวฟป๊อปคอร์นต่างๆ

ความพยายามต่างๆในส่วนของอุตสาหกรรมการแปรูปป๊อปคอร์นที่จะทำงานร่วมกัน ในฐานะอุตสาหกรรม และทำร่วมกับตัวแทนภาครัฐ ด้านอาหาร สุขภาพ และกฎหมาย เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เปี่ยมคุณภาพ สำหรับผู้บริโภค จะมีต่อไปจนกว่าเรื่องของสารไดอะเซทิล จะได้รับการสำรวจ และแก้ไขแล้ว

การป้องกันโรคปอดในคนงานที่ใช้ หรือทำกลิ่นรส

การเก็บและขนส่งส่วนผสม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความปลอดภัยของคนงานในโรงบรรจุไมโครเวฟป๊อปคอร์น ยังคงมีความสำคัญอย่างสูงสำหรับอุตสาหกรรม สถาบันแห่งชาติ ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ประกอบอาชีพ (NIOSH) ได้ออกประกาศเตือนในการป้องกันโรคปอดในคนงานที่ใช้ หรือผลิตกลิ่นรส โปรดติดต่อ NIOSH เพื่อขอรับเอกสารฉบับนี้ หรือข้อมูลสารสนเทศอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความปลอดภัยและสุขภาพในการประกอบอาชีพ ติดต่อได้ที่ 1.800.35.NIOSH (1.800.356.4674); Fax: 513.533.8573; Email: pubstaft@cdc.gov หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ NIOSH ที่ http://www.cdc.gov/niosh/docs/2004-110/.

คณะกรรมการด้านป๊อปคอร์นยังได้ทำงานร่วมกับ สำนักงานบริหารงาด้านสุขภาพ และความปลอดภัยของการปฏิบัติงาน แห่งมลรัฐแคนซัส (OSHA) เพื่อแจกจ่ายสื่อในเรื่องการลำเลียงและจัดเก็บกลิ่นรส และส่วนผสมต่างๆ อย่างปลอดภัย ในเดือน ตุลาคม 2545 หากคุณต้องการสำเนาเอกสารเหล่านี้เพิ่มเติม โปรดติดต่อ เจนนี่ เบอร์ทาลมิโอ ที่ 312.673.4883 หรือ gbertalmio@smithbucklin.com.

ประกาศของคณะกรรมการป๊อปคอร์น เรื่องเทคโนโลยีชีวภาพ

ไม่มีป๊อปคอร์น(เมล็ด) ที่วางจำหน่ายอยู่ที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศขณะนี้ การวิจัย และพัฒนา ของสารพันธุ์ต่างๆจากเทคโนโลยีชีวภาพอันทันสมัยอาจมีขึ้นได้ในอนาคต

ไขมันทรานส์

กรดไขมันทรานส์เกิดขึ้นในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆเมื่อน้ำมันปรุงอาหารนั้นผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนเพื่อทำให้มันเสถียรขึ้น และแข็มากขึ้น ไขมันทรานส์ยังคงเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติในเนื้อ และผลิตภัณฑ์นม

ไฮโดรจีเนชันเป็นกระบวนการที่ผลิตภัณฑ์เหลวถูกให้ความร้อนกับไฮโดรเจนเพื่อให้มันแข็งที่อุณหภูมิห้อง กระบวนการนี้ถูกควบคุมเพื่อทำให้ได้จุดหลอมเหลวที่ต้องการ ปริมาณของการทำไฮโดรจีเนชันอาจแปรจากผลิตภัณฑ์หนึ่งไปยังอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง เมื่อน้ำมันเหลวถูกไฮโดรจีเนต กระบวนการแปลงกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวบางตัวไปเป็นกรดไขมันอิ่มตัว และยังได้เปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของน้ำมันเพื่อก่อรูปเป็นสิ่งที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อกรดไขมันทรานส์ กระบวนการไฮโดรจีเนชันทำให้ผู้ผลิตทำน้ำมันให้แข็งและเสถียรขึ้นในที่เก็บรักษา และมันยังให้คามหนืดที่เหมาะสมแก่ผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิด และอายุการเก็บที่มากขึ้น สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ

คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพในปัจจุบันสนับสนุนให้บริโภคอาหารที่มีปริมาณไขมันโดยรวม ไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอล ต่ำ คำแนะนำในปัจจุบันสนับสนุนให้ผู้บริโภคลดปริมาณไขมันโดยรวมที่บริโภคลงร้อยละ 30 หรือมีแคลอรีรวมที่ลดลง หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์หรือการวิจัยด้านสุขภาพ การแพทย์ และโภชนาการ แห่งต่างๆโดยเฉพาะสมาคมโรคเบาหวานอเมริกัน สมาคมโรหัวใจอเมริกัน สถาบันนักเทคโนโลยีทางอาหาร สถาบันโภชนาการอเมริกัน สภาข้อมูลสนเทศอาหารนานาชาติ และสมาคมโภชนาการคลินิกอเมริกัน ทุกแห่งล้วนแนะนำแนวปฏิบัติที่ใช้ในปัจจุบันต่อไปนี้สำหรับปริมาณการบริโภคไขมันรวม

กรดไขมันทรานส์นั้นมีอยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารหลายแบบ มันให้ปริมาณโดยรวมอยู่ในอาหารเล็กน้อย เพียงร้อยละ 2 -4 ของแคลอรีทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ป๊อปคอร์นบางผลิตภัณฑ์ก็มีการใช้น้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการไฮโดรจีเนชันและจะมีกรดไขมันทรานส์ในปริมาณเล็กน้อย

คณะกรรมการป๊อปคอร์นสนับสนุนข้อแนะนำต่างๆในปัจจุบัน ในด้านสุขภาพ และการแพทย์ ในอันที่จะลดการบริโภคไขมันลงเป็น 30% ของแคลอรีทั้งหมด หรือลดลงมากกว่านั้น และลดไขมันอิ่มตัวลงเป็น 10% ของแคลอรีทั้งหมด

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไขมันทรานส์ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของสภาข้อมูลสนเทศอาหารนานาชาติ ที่ www.ific.org.

คณะกรรมการป๊อปคอร์นไม่สนับสนุนให้ใช้ถุงกระดาษสำหรับการคั่วป๊อปคอร์นในเตาไมโครเวฟ

คณะกรรมการป๊อปคอร์นเสนอให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการใช้ถุงกระดาษเปล่า หรือถุงกระดาษรีไซเคิล(สีขาวหรือน้ำตาล) ในการคั่วป๊อปคอร์นในเตาไมโครเวฟ

กระดาษเปล่า หรือกระดาษรีไซเคิลนั้นมักจะทำจากวัสดุไม่ทราบชนิด ชนิดต่างๆ ที่อาจติดไฟ และรบกวนกันกับเทคโนโลยีที่ใช้ในการปรุงสุกด้วยไมโรเวฟ และลดประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของเตาไมโครเวฟ ที่สำคัญที่สุด วัสดุไม่ทราบชนิด ชนิดต่างๆนี้ไม่ได้รับการยอมรับในฐานะกระดาษเกรดที่ใช้กับอาหาร และไม่ควรนำมาสัมผัสกับผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆโดยตรง

แทนที่จะทำเช่นนั้น คณะกรรมการป๊อปคอร์นแนะนำให้มีการใช้งานผลิตภัณฑ์ป๊อปคอร์นที่มีพร้อมใช้งานอยู่แล้ว และเครื่องคั่วที่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานกับไมโรเวฟได้อย่างปลอดภัย